
อัปเดตกฎหมายใหม่ที่คนใช้รถต้องรู้ ครบทุกประเด็นก่อนต่อภาษี
ในปี 2569 การใช้รถยนต์ในประเทศไทยไม่ได้ดูแค่ “มีรถก็ขับได้” อีกต่อไป เพราะกฎหมายด้าน ภาษีและประกันภัยรถยนต์ มีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งในระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก และการเชื่อมโยงข้อมูลกับบริษัทประกันโดยตรง หากขาดความเข้าใจ อาจทำให้ต่อภาษีไม่ได้ เสียค่าปรับ หรือสูญเสียความคุ้มครองโดยไม่รู้ตัว
บทความนี้จัดทำโดย CARS X เพื่อสรุปข้อมูล ภาษีและประกันภัยรถยนต์ปี 2569 แบบละเอียดทุกแง่มุม ครอบคลุมทั้งรถใหม่และ รถมือสอง พร้อมอธิบายกฎหมายล่าสุดที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้
ภาษีรถยนต์ คือค่าธรรมเนียมรายปีที่เจ้าของรถต้องชำระให้รัฐ เพื่อให้รถสามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย หากไม่ชำระภาษี จะถือว่ารถ “ขาดภาษี” และมีความผิดตามกฎหมาย
ในปี 2569 ระบบภาษีรถยนต์ถูกพัฒนาให้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูล ประกันภัยรถยนต์ โดยตรง นั่นหมายความว่า หากข้อมูลไม่ครบ ระบบจะไม่อนุญาตให้ต่อภาษี ไม่ว่าคุณจะใช้รถใหม่หรือ รถมือสอง
CARS X ขอเน้นย้ำว่า ภาษีรถยนต์ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะส่งผลต่อสิทธิ์การใช้งานรถโดยตรง

โครงสร้างภาษีรถยนต์ปี 2569 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนเป้าหมายหลายประการ ได้แก่
ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงในปี 2569 จึงไม่ใช่แค่การปรับเปอร์เซ็นต์ภาษี แต่คือการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม
ภาษีสรรพสามิตหรือ ภาษีรถยนต์ ในปี 2569 ประกอบด้วยหลายกลุ่ม โดยมีการจัดเก็บภาษีแตกต่างกันตามประเภทของรถและระดับการปล่อย CO₂ ดังนี้:
| เกณฑ์การปล่อย CO₂ | อัตราภาษีสรรพสามิตปี 2569 |
|---|---|
| ≤100 g/km | 13% |
| 101–120 g/km | 22% |
| 121–150 g/km | 25% |
| 151–200 g/km | 29% |
| >200 g/km | 34% |
| *(หมายเหตุ: สำหรับเครื่องยนต์ใหญ่หรือรถหรูที่มากกว่า 3.0 ลิตร อัตราอาจสูงถึง 50%) |
การปรับอัตราภาษีนี้สะท้อนเป้าหมายชัดเจนว่ารถยนต์ที่ปล่อยมลพิษสูงจะถูกตั้งภาษีสูงขึ้น เพื่อส่งเสริมการเลือกซื้อรถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับรถ EV หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภาษีสรรพสามิตจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์สันดาปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น BEV ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งถูกกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปอย่างชัดเจน
โครงสร้างภาษีใหม่สำหรับ PHEV จัดเก็บตามช่วงระยะทางไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
โครงสร้างภาษีใหม่ทำให้รถ ICE โดยเฉพาะรถที่ปล่อยมลพิษสูงมีภาระภาษีมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาจำหน่ายป้ายแดงสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รถ EV และ PHEV อาจได้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ต่ำกว่า ทำให้ราคาเริ่มต้นลดลงหรือต่ำกว่าเดิม
ผู้ที่มองหารถยนต์มือสองควรพิจารณาภาษีใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะถึงแม้จะเป็น รถมือสอง ที่จดทะเบียนก่อนปี 2569 แต่ต้นทุนภาษีตอนซื้อป้ายแดงและมูลค่าตลาดรถประเภทต่าง ๆ จะได้รับอิทธิพลจากโครงสร้างภาษีใหม่อย่างต่อเนื่อง
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยังมีผลต่อ “ภาษีประจำปี” ที่เจ้าของรถต้องชำระ โดยข้อมูลภาษีสรรพสามิตใหม่ยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับฐานมูลค่ารถยนต์ในการคำนวณภาษีรายปี ซึ่งกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายประจำปีของผู้ขับขี่
โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ไม่ได้จบที่ปี 2569 เพราะแผนระยะยาวยังรวมถึงการปรับอัตราตามช่วงปี 2570–2573 ขึ้นไป โดยขึ้นอยู่กับการปล่อย CO₂ และเทคโนโลยีที่ใช้ระบบช่วยเหลือขั้นสูง (ADAS) รวมถึงมาตรการสนับสนุนการผลิตในประเทศเพื่อให้เข้ากับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
| กลุ่มรถยนต์ | เกณฑ์ภาษี | อัตราภาษีใหม่ |
|---|---|---|
| ICE ≤ 100 g/km | เครื่องยนต์ ≤ 3.0L | ~13% |
| ICE 101–120 g/km | เครื่องยนต์ ≤ 3.0L | ~22% |
| ICE 121–150 g/km | เครื่องยนต์ ≤ 3.0L | ~25% |
| ICE 151–200 g/km | เครื่องยนต์ ≤ 3.0L | ~29% |
| ICE > 200 g/km | เครื่องยนต์ ≤ 3.0L | ~34% |
| BEV | — | ~2% |
| PHEV ≥80 km | — | ~5% |
| PHEV <80 km | — | ~10% |
| (ตัวเลขเหล่านี้เป็นอัตราที่ประกาศในปี 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศราชการอย่างเป็นทางการ) |
ผู้ใช้รถทุกคน รวมถึงผู้ที่คิดจะซื้อ รถมือสอง ควรศึกษาภาษีสรรพสามิตใหม่ให้เข้าใจ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นและวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยหลักแล้ว ประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย ยังคงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่
แต่หากลงลึกในรายละเอียด จะสามารถแบ่งย่อยออกได้หลายรูปแบบ ซึ่งในปี 2569 ยังคงใช้โครงสร้างเดียวกัน แต่มีการปรับเงื่อนไขและความคุ้มครองให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนไป
พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามกฎหมาย ที่รถทุกคันต้องมี หากไม่มีจะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้
แม้ พ.ร.บ. จะเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่ความคุ้มครองมีวงเงินจำกัด และไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถยนต์ จึงไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานจริงในปี 2569
ประกันภาคสมัครใจคือประกันที่ผู้ใช้รถเลือกซื้อเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คือรูปแบบที่ให้ความคุ้มครองสูงที่สุด เหมาะสำหรับรถใหม่ รถราคาสูง หรือ รถมือสองสภาพดี
ประกันชั้น 2+ เป็นทางเลือกยอดนิยมในปี 2569 สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 แต่ค่าเบี้ยประหยัดกว่า
ประกันชั้น 3+ พัฒนามาจากประกันชั้น 3 เพิ่มความคุ้มครองตัวรถในกรณีชนกับรถยนต์
เป็นประกันพื้นฐานที่สุดในกลุ่มภาคสมัครใจ
หากรถยนต์ของคุณ ขาด พ.ร.บ. ในปี 2569 จะถือว่า ผิดกฎหมายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือ รถมือสอง
ระบบในปี 2569 จะตรวจสอบสถานะ พ.ร.บ. แบบเรียลไทม์ ทำให้หลีกเลี่ยงได้ยากกว่าในอดีต
แม้ประกันภาคสมัครใจจะไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ การไม่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือการเปิดรับความเสี่ยงเต็มรูปแบบ
หากคุณเป็นฝ่ายผิด และไม่มีประกันภัยรถยนต์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะตกเป็นของคุณ เช่น
เพียงอุบัติเหตุครั้งเดียว อาจมีค่าใช้จ่ายหลักแสนถึงหลักล้านบาท
หากรถของคุณประสบอุบัติเหตุโดยไม่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
สำหรับผู้ใช้ รถมือสอง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายซ่อมสูงกว่ารถใหม่ การไม่มีประกันยิ่งเพิ่มภาระทางการเงินอย่างมาก
หนึ่งในความเสี่ยงใหญ่ของการขาดประกันภัยรถยนต์ คือกรณี รถหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ
ในปี 2569 ที่ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
การมีประกันภัยรถยนต์ช่วยลดภาระตรงนี้ได้อย่างมาก แต่เมื่อขาดประกัน ความเสี่ยงจะตกอยู่กับผู้ขับขี่ทั้งหมด
ในตลาดปี 2569 ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับประวัติรถมากขึ้น
ประกันภัยรถยนต์จึงไม่ใช่แค่เรื่องคุ้มครอง แต่ส่งผลถึง “มูลค่าทรัพย์สิน” ในระยะยาว
ปี 2569 เป็นปีที่ระบบต่าง ๆ เชื่อมโยงกันมากขึ้น
การขาดประกันภัยรถยนต์จะถูกตรวจสอบได้ง่าย และส่งผลต่อการใช้รถในชีวิตประจำวันมากกว่าที่เคย
ความจริงคือ อุบัติเหตุไม่เลือกเวลา และไม่เลือกคน
1.ตั้งแจ้งเตือนวันหมดอายุประกัน
2.ตรวจสอบสถานะประกันทุกครั้งก่อนต่อภาษี
3.เลือกประกันให้เหมาะกับการใช้งานจริง
4.อย่าต่อเฉพาะ พ.ร.บ. แต่ไม่มีประกันสมัครใจ
5.เลือกบริษัทประกันที่มีบริการหลังการขายชัดเจน
ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ ผู้ใช้รถควรเตรียมเอกสารและเงื่อนไขสำคัญดังนี้
หมายเหตุ: รถใหม่และ รถมือสอง ใช้เอกสารชุดเดียวกัน
ในปี 2569 เงื่อนไขการตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษียังคงอิงตามอายุรถ ดังนี้
การตรวจสภาพต้องทำที่สถานตรวจสภาพเอกชน (ตรอ.) หรือสถานที่ที่กรมการขนส่งทางบกรับรองเท่านั้น
แนะนำให้ต่อภาษีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน
การมี ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นเงื่อนไขสำคัญ หากไม่มีจะไม่สามารถต่อภาษีได้
หากรถของคุณเข้าข่ายต้องตรวจสภาพ
ในปี 2569 มีหลายช่องทางให้เลือก ดังนี้
อัตราภาษีรถยนต์ปี 2569 ยังคงคำนวณจาก
รถที่ใช้งานนานจะได้รับส่วนลดภาษีตามปีที่กำหนด
หลังจากชำระเงินเรียบร้อย
หากต่อภาษีล่าช้า
คำถาม : ต่อภาษีโดยไม่มี พ.ร.บ. ได้หรือไม่?
คำตอบ : ไม่ได้ เพราะ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เป็นเงื่อนไขหลัก
คำถาม : รถมือสองต้องทำอะไรเพิ่มหรือไม่?
คำตอบ : ไม่ต้อง ขั้นตอนเหมือนรถใหม่ทุกประการ
คำถาม : ต่อภาษีล่วงหน้าได้กี่วัน?
คำตอบ : ไม่เกิน 90 วันก่อนวันหมดอายุ
แม้ขั้นตอนการใช้งานรถใหม่และรถมือสองจะดูคล้ายกัน แต่ในความเป็นจริง รถมือสอง มีความเสี่ยงซ่อนอยู่หลายจุด เช่น
ปัญหาเหล่านี้อาจไม่แสดงออกทันที แต่จะส่งผลเมื่อถึงเวลาต่อภาษี ตรวจสภาพ หรือเกิดอุบัติเหตุ
ภาษีรถยนต์ประจำปีคือค่าธรรมเนียมที่เจ้าของรถต้องชำระให้กรมการขนส่งทางบก เพื่อให้รถสามารถใช้งานบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่ว่ารถใหม่หรือ รถมือสอง ก็ต้องต่อภาษีทุกปี
การตรวจสภาพเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนต่อภาษี หากไม่ผ่านจะไม่สามารถต่อภาษีได้
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเพื่อให้ผ่านตรวจ อาจสูงกว่าที่คาดไว้
สำหรับ รถมือสอง การเลือกประกันที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างมาก เพราะสภาพรถและมูลค่ารถแตกต่างจากรถใหม่
สำหรับ รถมือสอง ที่ขาดประกันภัยรถยนต์
อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายหลักแสนถึงหลักล้านบาท
หากโอนรถไม่สมบูรณ์
การโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสำหรับรถมือสอง
1.ตรวจสอบการโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อย
2.ตรวจสอบสถานะภาษีย้อนหลัง
3.เช็กวันหมดอายุ พ.ร.บ.
4.ตรวจสอบประกันภัยภาคสมัครใจ
5.ตรวจสภาพรถตามอายุการใช้งาน
หนึ่งในกฎหมายใหม่ที่สำคัญที่สุด คือ การเชื่อมโยงข้อมูลภาษีรถยนต์กับประกันภัยรถยนต์แบบอัตโนมัติ ผ่านฐานข้อมูลกลางของกรมการขนส่งทางบก
ผลคือ ผู้ใช้รถต้องใส่ใจสถานะประกันและภาษีมากขึ้นกว่าที่เคย
ในปี 2569 กฎหมายเพิ่มความเข้มงวดสำหรับผู้ที่ใช้รถ ขาดต่อภาษีรถยนต์
ระบบกล้องและฐานข้อมูลทะเบียนรถ ทำให้การหลีกเลี่ยงตรวจจับทำได้ยากกว่าในอดีตอย่างมาก
กฎหมายใหม่ปี 2569 กำหนดให้ การตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี มีความละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานสูง
รถที่สภาพไม่สมบูรณ์จะไม่ผ่านการตรวจ และไม่สามารถต่อภาษีได้จนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย
กฎหมายใหม่กำหนดให้ ข้อมูลรถยนต์ทุกคันในประเทศ ถูกบันทึกเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง ไม่ว่าจะเป็น
การเข้าใจกฎหมายเหล่านี้ จะช่วยให้คุณใช้รถได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับมาตรฐานของ CARS X
ปี 2569 เป็นปีที่ระบบรถยนต์ไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ การมี ประกันภัยรถยนต์ ที่ถูกต้องและต่อภาษีตรงเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการปกป้องตัวคุณเองและผู้อื่นบนท้องถนน ไม่ว่าคุณจะใช้รถใหม่หรือ รถมือสอง การวางแผนเรื่องภาษีและประกันคือสิ่งที่ CARS X ย้ำกับลูกค้าทุกคนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ ความเสี่ยง และปัญหาทางกฎหมายในระยะยาว
CARS X ทุกการขับขี่มีรอยยิ้ม 😊
สำหรับท่านใดที่สนใจออกรถที่ CARS X หรืออยากชมรถ อยากทดลองขับ ก็สามารถมาได้ที่ CARS X สาขาใกล้บ้านคุณ หรือรับชมสินค้าทั้งหมด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official ออกรถที่ CARS X ออกรถเพียง 𝟱𝟱 บาท รับประกัน 𝟱 ปี 𝟱𝟬,𝟬𝟬𝟬 กม. 🧡


